‘ พิลาทิส ’ ออกกำลังกายพัฒนาบุคลิกภาพ ลดพุงกู้หุ่นสวย

พิลาทิส

สาวๆ สายเฮลตี้ที่ชอบ ‘ออกกำลังกาย’ เคยสังเกตไหมว่า การเล่น “โยคะ” กับการเล่น ” พิลาทิส ” มีความคล้ายคลึงกันมากๆ แต่แท้จริงแล้ว การออกกำลังกายทั้ง ๒ อย่างนี้มันมีความแตกต่างกันที่ใครหลายคนอาจจะยังไม่รู้ ได้เวลาพาทุกคนไปรู้จักการออกกำลังกายด้วยการเล่น “พิลาทิส” ให้มากขึ้นว่า ควรเล่นอย่างไรจึงจะถูกต้อง และปิดท้ายด้วยท่าพิลาทิส ง่ายๆ เหมาะสำหรับใครที่อยากลดพุงกู้หุ่นสวย มาฝากด้วย อย่ารอช้า ตามมาดูกันเลย!

 

อยากร่างกายแข็งแรงต้องเล่น ‘พิลาทิส’

พิลาทิส (Pilates) คือ หนึ่งในการออกกำลังกายที่มีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งในแง่ของการเสริมสร้างความแข็งแรงบริเวณแกนกลางลำตัว ด้านการผ่อนคลายจิตใจ คลายเครียด ช่วยแก้อาการหลังแอ่น หลังค่อมได้ดี และยังสามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย หรือแม้แต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อีกด้วย

นอกจากนี้ พิลาทิส ยังช่วยให้ผู้ที่ออกกำลังกายมีบุคลิกภาพที่ดี และการเคลื่อนไหวที่สง่างามไปพร้อมๆ กับการมีสมดุลของร่างกายที่ดี นอกจากนี้ ยังเป็นการออกกำลังกายที่มีความปลอดภัย เกิดการกระทบกระเทือนของร่างกายน้อยกว่าการออกกำลังกายแบบอื่นๆ ด้วยการเคลื่อนไหวท่าทางต่างๆ ก็เน้นความนุ่มนวล และต่อเนื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

พิลาทิส VS โยคะ

พิลาทิส’ และ ‘โยคะ’ มีความแตกต่างกันตรงที่ ‘โยคะ’ เป็นการออกกำลังกายที่ใช้เพียงเสื่อโยคะเท่านั้น ส่วน ‘พิลาทิส’ จะเป็นการออกกำลังกายที่ใช้ทั้งเสื่อและอุปกรณ์พิเศษสำหรับการเล่นพิลาทิสโดยเฉพาะ และยังมีความแตกต่างกันในมุมอื่นๆ อีก ได้แก่

  1. มีต้นกำเนิดต่างกัน

พิลาทิส : มีจุดเริ่มต้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดย Joseph Pilates การออกกำลังกายที่มุ่งไปที่การเสริมสร้างความแข็งแรงที่แกนกลางลำตัวและรักษาสมดุลให้กระดูกสันหลัง

โยคะ : ถือเป็นศาสตร์การออกกำลังกายที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ มากกว่า 5,000 ปี โดยมีต้นกำเนิดที่ประเทศอินเดีย เน้นฝึกจิตใจ ผ่อนคลายความเครียด

  1. เน้นจุดต่างกัน

พิลาทิส : เป็นการออกกำลังกายที่เน้นไปที่การสร้างกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงแกนกลาง และเสริมด้วยความยืดหยุ่น

โยคะ : เป็นการออกกำลังกายที่เน้นไปที่การสร้างความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อ

  1. ความซับซ้อนต่างกัน

พิลาทิส : เป็นระบบที่ซับซ้อน โดยจะเน้นไปที่การทำท่าออกกำลังกายให้ถูกต้องตามหลักกายวิภาค

โยคะ : เป็นการปรับสมดุลชีวิตและจิตใจ มากกว่าแค่การออกกำลังกาย

  1. อุปกรณ์ต่างกัน

พิลาทิส : สามารถออกกำลังกายได้ทั้งบนเสื่อ บนเครื่องอุปกรณ์ บนผืนผ้า (โดยเครื่องพิลาทีสจะช่วยให้เห็นกล้ามเนื้อชัดเจนขึ้น)

โยคะ : ส่วนมากจะออกกำลังกายบนเสื่อโยคะเท่านั้น

  1. วิธีหายใจต่างกัน

พิลาทิส : หายใจเข้าทางจมูก และหายใจออกทางปาก

โยคะ : หายใจเข้าทางจมูก และหายใจออกทางจมูก

 

พิลาทิส 3 ประเภท

  1. พิลาทิสบนเสื่อ : เป็นท่าออกกำลังกายคล้ายโยคะ แต่เน้นท่าที่บริหารแกนกลางลำตัวและหน้าท้อง สามารถฝึกเล่นเองได้ง่าย
  2. พิลาทิสฟลาย (Pilates fly) : เล่นกับอุปกรณ์ผืนผ้าที่ห้อยจากที่สูง โดยใช้ผ้าเป็นตัวยึดในการทำท่าต่างๆ เป็นการนำศาสตร์การออกกำลังกายของโยคะ พิลาทิส และยิมนาสติก ผสมผสานเข้าด้วยกัน ส่วนใหญ่จะต้องไปฝึกเล่นที่ฟิตเนส
  3. พิลาทิสรีฟอร์มเมอร์ : เล่นกับอุปกรณ์สำหรับพิลาทิสโดยเฉพาะ อาทิ เครื่องรีฟอร์มเมอร์ (Reformer), คาดิลแลค (Cadillac), เก้าอี้วุนดา (Wunda Chair) โดยอุปกรณ์จะใช้ในการดึงและยืด เพื่อต้านแรงโน้มถ่วงหรือให้ร่างกายได้ออกกำลังกายตามแรงโน้มถ่วง ส่วนใหญ่จะต้องไปเล่นที่ฟิตเนส

 

ประโยชน์ของ “พิลาทิส”

  1. ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพ

พิลาทิส การออกกำลังกายที่สามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มสมดุลของร่างกาย การทรงตัว และการเคลื่อนไหวของข้อต่อต่างๆ ในร่างกาย ทำให้ช่วยแก้อาการหลังแอ่น หลังค่อม หรือไหล่ห่อ จึงช่วยพัฒนาบุคลิกภาพให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

  1. ช่วยลดน้ำหนัก

การออกกำลังกายด้วย ‘พิลาทิส’ อาจจะไม่ช่วยลดน้ำหนักได้โดยตรง แต่อาจช่วยได้ในทางอ้อม คือ จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เพิ่มมัดกล้ามเนื้อ พอมีกล้ามเนื้อมากขึ้นก็จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ดีขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน จึงมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ดี หากต้องการจะลดน้ำหนักให้เห็นผลชัดเจน ควรเล่นพิลาทิสควบคู่กับการควบคุมอาหารจะดีมาก

  1. บรรเทาอาการปวดหลัง

เนื่องจากออกกำลังกายด้วยการเล่นพิลาทิส เน้นท่าทางการออกกำลังกายเกี่ยวกับแกนกลางลำตัว ช่วงไหล่ บ่า หลัง เอว หน้าท้อง การบริหารด้วยท่าเหล่านี้บ่อยๆ จึงช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง และแก้อาการออฟฟิศซินโดรมได้อีกด้วย

  1. ป้องกันการบาดเจ็บ

การออกกำลังกายด้วยการเล่นพิลาทิสเป็นประจำ จะช่วยยืดหยุ่นส่วนต่างๆ ของร่างกาย และลดความตึงเกร็งของกล้ามเนื้อ ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือการเต้น

  1. แก้โรคข้ออักเสบ

การออกกำลังกายด้วยการเล่นพิลาทิสมีประโยชน์ต่อผู้ที่ปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น โรคข้ออักเสบ โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อาการบาดเจ็บที่ข้อต่อ เพราะการเล่นพิลาทิสจะช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการต่างๆ เหล่านี้ได้ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และควรเล่นโดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอยู่เสมอนะ

 

พิลาทิส

 

6 ท่า “พิลาทิส” ลดพุง

พิลาทิส ท่าที่ 1 : Corkscrew

วิธีออกกำลังกายด้วยพิลาทิสท่านี้ คือ เริ่มจากนอนราบกับเสื่อออกกำลังกาย แขนทั้งสองข้างวางแนบลำตัว ยกขาเหยียดตรงทำมุม 90 องศา แล้วเกร็งหน้าท้อง จากนั้นค่อยๆ หมุนขาไปด้านซ้าย วนเป็นวงกลมมาทางด้านขวา แล้วมาจบที่ท่าเริ่มต้น จากนั้นให้ทำสลับทิศทางกัน เริ่มหมุนขาจากทางด้านขวา หมุนวนมาด้านซ้าย แล้วจบที่ท่าเริ่มต้นอีกครั้ง ทำต่อเนื่องอีก 8-10 ครั้ง (ใช้ห่วงมาวางระหว่างขาหรือไม่ใช้ก็ได้)

พิลาทิสท่าที่ 2 : Shoulder Bridge

วิธีออกกำลังกายด้วยพิลาทิสท่านี้ คือ นอนหงายราบไปกับเสื่อออกกำลังกาย ชันเข่าขึ้นมา แขนทั้งสองข้างแนบไว้กับลำตัว จากนั้นยกลำตัวขึ้น โดยที่แขนและหัวไหล่ยังแนบกับพื้น แล้วเกร็งหน้าท้องไว้สักครู่ แล้วค่อยๆ วางลำตัวกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำต่อเนื่องอีก 8-10 ครั้ง

พิลาทิสท่าที่ 3 : Double Leg Stretch

วิธีออกกำลังกายด้วยพิลาทิสท่านี้ คือ เริ่มต้นด้วยท่านอนราบกับเสื่อออกกำลังกาย ชันเข่าขึ้นมา แล้วดึงเข่าทั้งสองข้างเข้ามาหาอก เอื้อมมือมาแตะที่เข่าไว้ พร้อมกับยกศีรษะขึ้นมาเสมอเข่า จากนั้นปล่อยมือจากเข่า แล้ววาดขึ้นไปเหนือศีรษะ ให้แขนแนบหูไว้ พร้อมกับเหยียดขาขึ้นทำมุม 45 องศา (คล้ายทำท่าตัว V) จากนั้นลดขามาในท่าชันเข่า พร้อมวาดมือเป็นวงกลมมาจับที่ขาไว้เหมือนท่าเริ่มต้น ทำต่อเนื่องอีก 8-10 ครั้ง

พิลาทิสท่าที่ 4 : Seal

วิธีออกกำลังกายด้วยพิลาทิสท่านี้ คือ เริ่มจากนั่งชันเข่าบนเสื่อออกกำลังกาย เอามือสอดเข้าไประหว่างขาแล้วเลื่อนออกมาจับข้อเท้าทางด้านนอก ยกขาให้ลอยขึ้น จากนั้นเอนตัวไปด้านหลังช้าๆ ให้หัวไหล่สัมผัสพื้น ค้างเอาไว้แล้วยกตัวกลับมาค้างในท่าเดิม อ้าขากว้างขึ้นนิดหน่อย เสร็จแล้วก็เอนตัวลงไปให้หัวสัมผัสพื้น ทำซ้ำๆ ทั้งหมด 6 รอบช้าๆ แล้วเปลี่ยนท่าได้เลย

พิลาทิสท่าที่ 5 :  Swimming

วิธีออกกำลังกายด้วยพิลาทิสท่านี้ คือ เริ่มจากนอนคว่ำบนเสื่อออกกำลังกายก่อน แล้วยกขาทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับยกแขนทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกันด้วย เท่ากับว่าจะมีเพียงแค่หน้าท้องเท่านั้นที่ติดอยู่กับพื้น จากนั้นให้ยกแขนขวากับขาซ้ายขึ้นสูงกว่าเดิมนิดหน่อย ค้างเอาไว้สัก 10 วินาที ค่อยสลับไปทำอีกข้างนึง ทำต่อสัก 6 รอบก็พอ ถ้าเริ่มชินแล้วก็สามารถเพิ่มจำนวนรอบได้เลย

พิลาทิสท่าที่ 6 : Kneeling Side Kicks

วิธีออกกำลังกายด้วยพิลาทิสท่านี้ คือ เริ่มจากคุกเข่าบนเสื่อออกกำลังกายก่อนแล้วเอนตัวไปด้านข้างเอามือยันพื้นไว้ พร้อมกับยกขาอีกข้างเหยียดออกไปด้านข้างและยกแขนข้างที่ว่างขึ้นจับศีรษะ จากนั้นให้เลื่อนขาข้างที่ยกขึ้นไปด้านหลังแล้วค่อยเหวี่ยงมาข้างหน้า ทำช้าๆ ทั้งหมด 8 รอบแล้วอย่าลืมสลับไปทำอีกข้างหนึ่งด้วย

 

สรุป

หนุ่มๆ สาวๆ คนไหนที่อยากจะเบิร์นไขมันไม่จำเป็นต้องไปวิ่งออกกำลังกายอย่างเดียวอีกต่อไป การออกกำลังกายด้วย พิลาทิส (Pilates) จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนได้การบริหารด้วยการเหยียดส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่นและความแข็งแรงจากภายใน เพื่อหุ่นปัง พร้อมบุคลิกภาพที่ดี เพิ่มความมั่นใจได้อีกด้วย นอกจากนี้ การออกกำลังกายด้วยพิลาทิส เป็นการออกกำลังกายที่ผสมผสานเข้ากับการฝึกสมาธิ ผู้เล่นจะต้องจดจ่ออยู่กับท่าการบริหารและการกำหนดลมหายใจ จึงสามารถช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย